Blog & article

รถเข็นแบบไหน? ถึงจะดี… คู่มือเลือกรถเข็นขนของให้เหมาะกับงานของคุณที่สุด!   

รถเข็นของ

รถเข็นฝืด เสียงดัง หรือของหล่นกลางทาง จนเสียทั้งเวลาและแรง ปัญหาเล็กๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าเลือกรถเข็นไม่ตรงกับงานจริง ไม่ว่าจะในโรงงาน คลังสินค้า ร้านค้า หรือออฟฟิศ 

การเลือก รถเข็นขนของ ที่เหมาะกับงานคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานคล่องตัว ประหยัดแรง และลดความเสียหายของสินค้าได้จริงในทุกสถานที่ การมีรถเข็นที่ “ตอบโจทย์” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ 

รถเข็นขนของไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะงาน เช่น 

  • รถเข็น 4 ล้อ สำหรับขนของหนักในโรงงาน 
  • รถเข็น 2 ชั้น สำหรับงานบริการ โรงแรม หรือร้านอาหาร 
  • รถเข็นพับได้ สำหรับงานอีเวนต์หรือพื้นที่แคบ 

หากเลือกไม่เหมาะ เช่น รถเข็นโครงบางเกินไป หรือล้อไม่เหมาะกับพื้นทาง อาจทำให้ล้อแตก เสียเวลา หรือของหล่นเสียหายได้ 

เริ่มจากการคำนวณน้ำหนักของสิ่งของต่อเที่ยว เช่น 

  • ถ้าน้ำหนักรวมไม่เกิน 150 กก. ใช้รถเข็นพับได้ ก็เพียงพอ เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะกับงานทั่วไป 
  • ถ้าน้ำหนักอยู่ที่ 150 – 300 กก. เลือกรถเข็น 4 ล้อ พื้นเหล็กหรือพื้นพลาสติก มีความเสถียร แข็งแรง เหมาะกับใช้ในคลังสินค้า 
  • ถ้ามากกว่า 300 กก. ขึ้นไป ควรใช้รุ่นโครงเหล็กหนาหรือรถเข็นอุตสาหกรรม เพราะรับน้ำหนักได้มาก เหมาะกับโรงงานผลิต 

ล้อรถเข็นคือหัวใจสำคัญที่หลายคนมองข้าม เพราะถ้าล้อไม่เหมาะกับพื้น จะทำให้เข็นยากเกิดเสียงดัง และทำให้ชิ้นส่วนสึกเร็ว 

Tip : หากต้องใช้ในโรงงานหรือคลังสินค้า ขนาดใหญ่ ควรเลือก “ล้อขนาดใหญ่ขึ้น 1 ระดับ” จะช่วยให้เข็นลื่นขึ้นและลดแรงกระแทกได้ดี 

รถเข็นพื้นเหล็ก prestar 301

รถเข็น 4 ล้อ (Platform Trolley) เหมาะกับการขนของในคลังสินค้า โรงงาน หรือศูนย์กระจายสินค้า 

  • รับน้ำหนักมากถึง 300 – 500 กก. 
  • เสถียร ไม่พลิกคว่ำง่าย 
  • มีรุ่นให้เลือกทั้งพื้นเหล็กและพื้นพลาสติก 
รถเข็นพื้นพลาสติก 2 ชั้น

รถเข็น 2 ชั้น  (Utility Cart) เหมาะกับงานบริการ ร้านอาหาร โรงแรม หรือแล็บ 

  • แยกชั้นเก็บของได้เป็นระเบียบ 
  • เคลื่อนย้ายอุปกรณ์สะดวก ไม่ต้องก้มบ่อย 
  • ล้อหมุนได้ 360 องศา 
  • มีรุ่นให้เลือกทั้งพื้นเหล็กและพื้นพลาสติก 
รถเข็นพับได้

รถเข็นพับได้ (Folding Cart) เหมาะสำหรับพื้นที่แคบ งานอีเวนต์ หรือร้านค้าขนาดเล็ก 

  • พับเก็บได้ง่าย ไม่กินพื้นที่ 
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก 
  • เหมาะกับงานส่งของหรือจัดบูธชั่วคราว 
  • โครงสร้าง เลือกเหล็กหนาหรือสแตนเลส เพื่อความแข็งแรงและกันสนิม 
  • พื้นบรรทุก มีขอบกับของหล่น พื้นกันลื่น 
  • มือจับ แบบคู่หรือเดี่ยว เลี้ยวง่าย ไม่เมื่อยมือ  
  • ระบบเบรก มีแป้นล็อกล้อ เหมาะสำหรับงานบนทางลาด 

การซื้อจากโรงงานผลิตรถเข็น ที่มีประสบการณ์ เช่น Castor & Wheel Thailand จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า 

  • ได้สินค้าวัสดุเกรดอุตสาหกรรมแท้ 
  • มีอะไหล่รองรับ เช่น ลูกล้อ ลูกปืน มือจับ 
  • บริการหลังการขายและให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ 
  • สั่งผลิตได้ตามแบบเฉพาะ เช่น งานห้องเย็น งานขนส่งเคมี หรือขนของขนาดใหญ่ มีให้เลือกหลายรุ่นจาก โรงงานผลิตรถเข็น โดยตรงในไทย เช่น Castor & Wheel Thailand ที่ออกแบบให้ทนทาน ใช้งานได้ทั้งในและนอกอาคาร 
บำรุงรักษารถเข็นขนของ
  • ตรวจสอบน็อตและล้ออย่างน้อยเดือนละครั้ง 
  • หลีกเลี่ยงการบรรทุกเกินน้ำหนักที่กำหนด 
  • ทำความสะอาดพื้นบรรทุกให้แห้ง ป้องกันสนิม 
  • เก็บในที่แห้งเมื่อไม่ใช้งาน 
  • หากเป็น รถเข็นพับได้ ให้หยอดน้ำมันบริเวณข้อต่อทุก 3 เดือน 

Q: รถเข็นพับได้รับน้ำหนักได้เท่าไร? 
A: โดยทั่วไปประมาณ 100-150 กก. เหมาะกับงานเบา เช่น ร้านค้า ออฟฟิศ และงานอีเวนต์ 

Q: รถเข็น 4 ล้อ กับ รถเข็น 2 ชั้น ต่างกันอย่างไร? 
A: รถเข็น 4 ล้อ เหมาะขนของหนักในคลังสินค้า ส่วนรถเข็น 2 ชั้น เหมาะกับงานบริการที่ต้องหยิบของบ่อย 

Q: ซื้อรถเข็นจากโรงงานผลิตโดยตรงดีกว่าไหม? 
A: ดีกว่าแน่นอน เพราะได้สินค้าคุณภาพอุตสาหกรรม มีอะไหล่รองรับ และบริการหลังขายครบวงจร 

รถเข็นขนของ เป็นอุปกรณ์ที่ลงทุนครั้งเดียวแต่ใช้ประโยชน์ได้ยาวหลายปี หากเลือกให้ถูกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถเข็น 4 ล้อ รถเข็น 2 ชั้น หรือรถเข็นพับได้ ก็จะช่วยให้การทำงานของคุณคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากต้องการรถเข็นคุณภาพระดับอุตสาหกรรมจากโรงงานผลิตรถเข็นโดยตรง Castor & Wheel Thailand พร้อมให้บริการคำปรึกษาและจัดส่งทั่วประเทศ